7 เรื่องที่ นายหน้าขายบ้าน ต้องจัดการให้ได้

การเป็น คนกลางขายบ้าน เป็นเยี่ยมในอาชีพที่คนไม่ใช่น้อยมั่นใจว่าเป็นอาชีพซึ่งสามารถสร้างรายได้จำนวนไม่ใช่น้อย และก็ง่ายมาก เพราะเหตุว่าเพียงแต่ทราบดีว่ามีผู้มีความประสงค์ขายบ้านและก็ไปบอกต่อให้คนอื่นๆที่พึงพอใจมาซื้อก็ได้รับเงินค่าคอมมิสชั่นแล้ว ซึ่งโดยธรรมดาก็ได้อยู่ที่ 3% ของราคาที่ขายได้ ซึ่งเป็นปริมาณที่ไม่น้อยเลย เนื่องจากว่าบ้านหนึ่งข้างหลังแพงสูงนับล้านบาทขึ้นไปแทบทั้งนั้น คิดเป็นตัวเลขกลมๆถ้าเกิดเป็นคนกลางขายบ้านราคา 2 ล้านบาท 1 ข้างหลัง คนกลาง ก็จะได้รับค่าแรงเป็นเงินถึง 60,000 บาท ซึ่งเป็นอัตราที่สูงมากมายแม้เทียบกับรายได้ประจำของคนสามัญ หลายๆคนมีความคิดว่าเพียงแค่ขายได้เดือนละข้างหลังสองข้างหลัง ก็อยู่ได้อย่างสบายแล้ว มันก็เลยเป็นอาชีพในฝันของคนอีกหลายคน แม้กระนั้น… มันไม่มีอะไรที่ง่ายแล้วก็งามขนาดนั้น !

การจะเป็น คนกลางขายบ้าน หรือ คนกลางอสังหา มีหลายสิ่งจำเป็นต้องรับหน้าที่ดูแลจัดแจงแทนเจ้าของบ้านหรือคนขาย เป็นการอำนวยความสะดวกเพื่อมีการซื้อขายแลกเปลี่ยนให้ได้ ซึ่งจะต้องขอบอกว่ามันไม่ใช่ง่ายไปเสียทั้งสิ้นกว่าได้มาซึ่งค่าแรง

เรื่องที่ คนกลางขายบ้าน จะต้องจัดแจงให้ได้
1. ต้องหาทางประกาศข่าวสารแนวทางการขายออกไปให้สูงที่สุด แล้วก็จำเป็นที่จะต้องอุตสาหะถ้าลุ่มแผนการที่จะซื้อบ้านให้พบ การนำเสนอแบบหว่านกว้างๆไม่เจาะจงกลุ่มเป้าหมายเกิดเรื่องที่ถ่วงเวลา แต่ว่าการเจาะควรกรุ๊ปรวมทั้งติดต่อสื่อสารให้ตรงก็ไม่ใช่ง่ายเช่นเดียวกัน

2. จำต้องติดต่อรวมทั้งรอรับกับปัญหาจากผู้พอใจที่จะติดต่อเข้ามา ส่วนมาในตอนแรกก็เป็นการรับโทรศัพท์ ซึ่งบ่อยมากที่เป็นการถามแบบหาข้อมูล มิได้เฉพาะเจาะจงมาเพื่อซื้อบ้านที่เสนอขายจริงๆเป็นการถามเพื่อหาข้อมูลเป็นตัวเลือก ซึ่งจำเป็นจะต้องตอบให้ยอดเยี่ยมทุกหน เพราไม่แน่ว่ารายใดจะเป็นผู้พอใจอย่างแท้จริง

3. จะต้องรับแรงกดดันจากคำตำหนิ หรือการตำหนิโน่นโน่นนี่ของคนที่มาดูบ้าน ซึ่งคือเรื่องปกติที่จะมีการติเตียนเพื่อกดราคาลง ไม่มีผู้ใดต้องการจ่ายตลาดเต็มราคา ทุกคนล้วนอยากได้ของถูก ซึ่งหัวข้อนี้คนกลางจำเป็นต้องทำใจให้หนักแน่นแล้วก็ยิ้มรับเสมอในคำตำหนิติเตียน

4. จะต้องแบกรับภาระในเรื่องค่าครองชีพสำหรับเพื่อการประสานงาน ตัวอย่างเช่น ค่าใช้จ่ายสำหรับพาหนะ ค่าเอกสาร หรืออื่นๆที่เกิดขึ้นได้ จริงอยู่ว่าตามข้อบังคับอนุญาตให้คนกลางขอรับค่าใช้สอยพวกนี้คืนได้จากคนขาย แต่ว่าโดยปกติจำเป็นต้องแบกรับภาระนี้เอง ก็เลยจะต้องมีเงินสดสำรองประจำตัวไว้เสมอ แล้วก็… จำเป็นต้องทำใจในเรื่องที่คลาดโอกาสสำหรับการขายคราวนั้นๆซึ่งจะมิได้เงินค่าครองชีพส่วนนี้คืน

5. ต้องหาวิชาความรู้ในหัวข้อการทำนิติกรรมข้อตกลงแล้วก็ตัวบทกฎหมายต่างๆสำหรับเพื่อการค้าขายบ้านเอาไว้ด้วย เพื่อสามารถที่จะสามารถช่วยอำนวยความสะดวกให้มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนขึ้นได้โดยด่วน ซึ่งเกิดเรื่องที่จำต้องใช้เวลาพอเหมาะพอควรกว่าจะชำนาญรวมทั้งรู้เรื่องอย่างครบถ้วน

6. จำเป็นต้องบากบั่นสร้างความมั่นใจและความเชื่อมั่นให้มีการชำระเงินเงินมัดจำ เพื่อลงลายลักษณ์อักษรจะซื้อจะขาย อันเป็นก้าวสำคัญสำหรับการขายบ้าน ซึ่งบ่อยมากไม่ใช่ง่ายที่จะทำให้คนซื้อยอมชำระเงินส่วนนี้เร็วๆและก็ถ้ามิได้ตกลงกันไว้ก่อนคนกลางก็ไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินส่วนแบ่งในขั้นตอนนี้ ถ้าปรารถนาได้รับส่วนแบ่งก็จำต้องเจาะจงในคำสัญญาคนกลาง ซึ่งก็จำต้องเสียเวล่ำเวลากล่อมเจ้าของบ้านอีกพอควร เนื่องจากส่วนมากต้องการจ่ายเมื่อได้รับเงินครบแล้ว เป็นภายหลังมีการจำหน่ายและก็โอนกรรมสิทธิ์

7. ต้องหาวิชาความรู้ในหัวข้อการติดต่อขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินเอาไว้ด้วย เพื่อช่วยทำให้คนซื้อกำเนิดความสบายสำหรับเพื่อการซื้อ แล้วก็สามารถปิดแนวทางการขายได้เร็ว ซึ่งเป็นอีกประเด็นที่จำต้องใช้เวลาสำหรับเพื่อการทำความเข้าใจ

นี่เป็น 7 เรื่องที่ คนกลางขายบ้าน จำเป็นต้องจัดแจงให้ได้ เพื่อมีการจำหน่ายที่สำเร็จลุล่วงอย่างสะดวกรวมทั้งรวดเร็วทันใจ ซึ่งมันก็หมายความว่าช่วงเวลาที่ คนกลาง จะได้รับเงินเดือนด้วย ด้วยเหตุดังกล่าวคนใดต้องการเป็น คนกลางอสังหา จำต้องศึกษาเล่าเรียนแล้วก็จัดแจงจัดแจงกับประเด็นต่างๆทั้งยัง 7 ข้อพวกนี้ให้ได้ก่อน ก็เลยจะสามารถก้าวสู่การเป็นคนกลางที่ไปถึงเป้าหมายได้